บทที่ 10 ยุ่งกับมันก็ไม่ต้องมายุ่งกับกู

“เธอ…เป็นอะไรรึเปล่า ฉันไม่ได้ตั้งใจจะต่อยเธอนะ”

“มะ...ไม่เป็นไร”

อัยยาได้แต่ส่ายหน้าช้า ๆ พยายามกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้

ตะวันยืนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเดือดดาล กรามแข็งเกร็ง มือกำแน่นจนเส้นเอ็นปูดชัด ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่คิดจะพูดอะไรสักคำ

จากนั้นร่างสูงก็เดินออกจากสนามไปทันที ทิ้งให้อัยยานั่งอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คน โดยไม่หันกลับมามองเธออีกเลย

อัยยาก้มลงเก็บแว่นขึ้นมาสวมด้วยมือที่สั่นระริก เลือดสีแดงสดยังซึมออกจากปลายจมูก แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะปาดมันออก

หญิงสาวฝืนพยุงตัวลุกขึ้น ก่อนจะออกวิ่งตามร่างสูงที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ราวกับไม่คิดจะหันกลับมาอีก

“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนสิ! ให้ฉันพาไปหาหมอมั้ย!”

เสียงตะโกนดังตามหลังมา ทว่าอัยยากลับไม่เหลียวมอง ร่างเล็กรีบเร่งฝีเท้า ทั้งที่สายตาพร่ามัว ในความโกลาหลนั้น หญิงสาวสนใจเพียงแผ่นหลังตรงหน้าที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ

ร่างสูงยืนพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้ว ควันสีเทาลอยอ้อยอิ่งปะปนกับลมหายใจหนักหน่วง สีหน้าเรียบเฉยจนดูเย็นชา ดวงตาคมทอดมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย คล้ายกำลังสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลเอาไว้ภายใน

อัยยาเดินเข้าไปใกล้อย่างลังเล ก้มหน้าต่ำ ละอองเลือดสีจางยังเปื้อนอยู่ตรงปลายจมูก

“เอ่อ…ตะวัน คือ”

ชายหนุ่มหันมามอง แววตาแข็งกร้าวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

“มึงทำไปเพื่ออะไร”

“เราแค่ไม่อยากให้ตะวันมีเรื่อง…”

“กูจะมีเรื่องกับใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมึง สไลด์หน้ามารับหมัดแทนกูแบบนั้น มึงเป็นฮีโร่หรือไง”

“คือเรา...”

“น่ารำคาญฉิบหาย มึงทำแบบนี้ คนอื่นจะคิดว่ากูเป็นคนยังไง...จนปัญญาขนาดต้องให้ผู้หญิงอย่างมึงมาคอยปกป้องแล้วเหรอ”

“เราหวังดีกับตะวันนะ…”

ตะวันดีดก้นบุหรี่ทิ้งลงพื้น เหยียบดับอย่างไม่ใยดี

“เก็บความหวังดีของมึงไว้เถอะ กูไม่ต้องการ”

พูดจบชายหนุ่มก็เดินผ่านไปทันที ไหล่กว้างเฉี่ยวชนร่างเล็กเบา ๆ แต่แรงพอให้เซถลาได้ อัยยายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ก้มหน้าเงียบงัน ปล่อยให้ความเจ็บปวดค่อย ๆ ซึมลึกลงไปในอก

“ซี๊ด! อื้ม ตะวันขา ช่วยเน่หน่อยสิคะ...”

เสียงครางกระเส่าหวานออดอ้อนเล็ดลอดออกมาจอปลายสาย เนินอกขาวเนียนสะท้อนบนหน้าจอ ทว่าอีกฝ่ายกลับแสดงสีหน้าไร้อารมณ์

“วันนี้อารมณ์ไม่ดี พอแค่นี้เถอะ”

“เดี๋ยวสิคะ...เน่ทำให้ตะวันอารมณ์ดีได้น๊า”

เสียงเล็กแหลมยังคงตอแยไม่เลิก ขณะร่างนั้นเอนอกเข้าหา คล้ายตั้งใจปลุกเร้าอารมณ์ของคนตรงหน้า

“ฉันอาจจะอารมณ์ดีขึ้นก็ได้...ถ้าได้เห็นหน้าเธอ”

“หื้ม....แล้วตรงนี้ของเน่ ทำให้ตะวันอารมณ์ดีไม่ได้เหรอคะ”

นิ้วเรียวเล็กลากไล้แผ่วเบาบนเนินอกอวบที่มีเพียงบราสีหวานปกปิด

“....”

“หรือว่า...อยากจะดูตรงอื่น”

น้ำเสียงนั้นหวานยั่วจนคนฟังยากจะไม่เผลอไหวเอน ทว่าตะวันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้เขาไม่รับรู้อะไรนอกจากอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเอง

“ไว้วันหลังเถอะ แค่นี้นะ ฝันดี”

“เดี๋ยวสิ...”

ยังไม่ทันสิ้นเสียง ตะวันก็กดวางสายลงทันที น้ำเสียงก่อนตัดสายแข็งกระด้าง ปนความหงุดหงิดที่ไม่คิดปิดบัง  

คนที่ถูกตัดสายได้แต่นั่งนิ่ง มองหน้าจอที่มืดสนิท ความรู้สึกจุกวูบแล่นขึ้นมาในอก คล้ายจะเข้าใจอะไรบางอย่าง  หรือว่าเขากำลังเบื่อเธอแล้วจริง ๆ

รุ่งเช้า 

อัยยานั่งอยู่บนม้าหินอ่อนหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ ก้มหน้ามองกระดาษรายงานตรงหน้าฆ่าเวลาไปพลาง ๆ

ไม่นานก็มีใครมานั่งลงฝั่งตรงข้าม อัยยาขยับนิ้วขึ้นดันแว่นให้เข้าที่ตามความเคยชิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน หากแต่เป็นคนเดียวกันกับที่ชกหน้าเธอเมื่อ 

หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะ สายตาเลื่อนหลบอย่างอัตโนมัติ ความรู้สึกอึดอัดค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาที่ลำคอโดยไม่รู้ตัว

“เอ่อ...นาย”

“ฉันมาขอโทษน่ะ เป็นอะไรมากรึเปล่า”

“เปล่า ฉันไม่ป็นอะไร”

“เธอนี่ใจกล้าจังนะ วิ่งมารับหมัดแทนผู้ชาย”

“ก็ใครใช้ให้นายจะต่อยตะวันล่ะ”

“แล้วทีมันต่อยฉันล่ะ...”

“.....”

ร่างเล็กก้มหน้าลงเงียบ ๆ ปลายนิ้วกำชายเสื้อแน่น คำพูดทั้งหมดติดค้างอยู่ในลำคอ

“แล้วเธอชื่ออะไร...”

ชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามเอ่ยถาม พลางค้ำคางมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ หากแววตานั้นกลับไม่ได้แข็งกระด้างอย่างที่ควรจะเป็น

“ทะ..ถามทำไม”

“ก็อยากรู้ไงถึงถาม”

“ชื่ออัยยา”

“ฉัน...แทน”

“ฉันไม่ได้ถามนายสักหน่อย”

“ก็อยากบอก อีกอย่างฉันจะมาขอโทษเธออย่างจริงจัง ให้ฉันเลี้ยงข้าวเป็นไง”

“ไม่ต้องหรอก ขอแค่นายไม่หาเรื่องตะวันอีกก็พอ”

“ฉันถามหน่อยสิ...เธอเป็นอะไรกับไอ้หมอนั้น”

“นี่...อย่ามาเรียกตะวันว่าไอ้หมอนั่นนะ”

“อ๋อ ปกป้องมันดีนักนะ เป็นแฟนมันเหรอ”

“เปล่า! เป็นเพื่อน”

“อ๋อ เธอชอบมัน”

“ปะ..เปล่า เพื่อนกันจะชอบกันได้ยังไง”

เสียงตอบนั้นเบาลงอย่างเห็นได้ชัด อัยยาก้มหน้าหลบสายตา หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ คำปฏิเสธที่หลุดออกมากลับฟังดูไม่หนักแน่นเอาเสียเลย

“เหอะ ถ้าไม่ชอบมัน จะยอมเจ็บตัวเพื่อมันทำไมกัน”

“แล้วนายมายุ่งอะไรด้วย”

“ก็....”

บทสนทนาถูกตัดลงทันที เมื่อร่างสูงของตะวันเดินเข้ามา ชายหนุ่มกอดอกยืนมองแทนด้วยสายตาไม่เป็นมิตร แทนเหลือบมองตะวันเพียงครู่เดียว ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แล้วหันกลับมาทางอัยยา

“งั้นฉันไปล่ะ…ไว้เจอกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป